Gingkatour

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

Hokkido in May

เดินทางโดยขับรถเที่ยวเอง บินลงปักกิ่ง ต่อเครื่องเข้าเมืองcitose ถึงประมาณเที่ยงๆ ถ้าขับรถกันเองก็เช่ารถที่สนามบิน แล้ววิ่งออกนอกเมืองก่อนเพื่อความปลอดภัยเพราะในเมืองจะขับยากกว่ามีทางวันเวย์มากจะสับสน ไปเที่ยวทะเลสาปโทย่าก่อน แวะดูสวนหมีสีน้ำตาลขึ้นกระเช้าดูภูเขาไฟลูกใหม่ยังไม่ระเบิด คงไม่โชคร้ายระเบิดวันเราไปเที่ยวพอดีนะ พักค้างคืนที่พักใกล้ๆทะเลสาป เพราะกลางคืนมีงานเทศกาลฤดูร้อน งานจุดดอกไม้ไฟมาราธอนทุกคืน และลักษณะคงคล้ายๆงานวัด
วันที่ 2 ตอนเช้าไปดูร่องรอยของภูเขาไฟที่เคยระเบิดแล้ว ถ้าใครอยากตื่นสายจะไม่ไปก็ได้แล้วเรากลับมารับ 
สายสายเราออกเดินทางขึ้นไปแวะดื่มชากาแฟกินเค้กโรงแรมหรูบนเขาwinsor hotel แล้วเดินทางต่อไปเมืองท่าhakodate มีที่เที่ยวหลักๆ  ป้อมGoryokaku fort ,Mt.Hakodate ชมวิวกลางคืน ถ้าถึงเร็วก็ไปเที่ยว ป้อมก่อนถ้าถึงค่ำก็ไปขึ้นเขาก่อน พักเมืองhakodate
วันที่ 3 ตอนเช้าเราไปเที่ยวตลาดเช้าหาของกินกับเดินดูตึกเก่าริมทะเล ใครอยากตื่นสายเดียวซื้อมาฝาก
สายๆเราออกไปเที่ยวต่อ ถ้ามีซากุระก็ไป Matsumae park เป็นจุดชมซากุระ แล้วน่ารถยาวไป Otaru ประมาณ 350 กม.แต่ระหว่างทางจะผ่านภูเขาMt.yotei ในช่วงฤดูหนาวเป็นจุดเล่นสกี ที่เมืองNiseko ถ่ายรูประยะไกลๆจะคล้ายภูเขาฟูจิ หรืออาจจะนอนที่เมืองนี้ก็ได้ต้องลองหาที่พักดูก่อน
Otaru เมืองเล็กๆเดินเที่ยวได้ครึ่งวันก็คงทั่ว ถ้าพักที่เมืองนี้ก็ตื่นสายๆได้ บ่ายๆเดินทางไป asahikawa ดีกว่า ใครอ่านหนังสือพบว่ามีaquarium มีสัตว์ประหลาดClion ไม่ต้องกังวลจะพาไปดูอีกเมือง
วันที่ 4-5-6 ปักหลักพักเมือง ท่องเที่ยวในเมือง sapporo

เส้นทางที่ 3 เหมาะสำหรับเดือนมิ.ย. หรือ ก.ค.

เส้นทางที่แนะนำนี้ เป็นเส้นทางที่แนะนำทั่วไปคือเส้นทาง เดินทาง 7 ใช้ตั๋ว JR ลงเครื่องที่โตเกียว แล้วรถไฟยาวไปHakodate แวะเที่ยวเมือง Hakodate,sapporo,Otaru, Furano, Biei แล้วกลับโตเกียวด้วยรถไฟกลางคืน ก็เที่ยวได้ทั่ว แต่อาจจะต้องตัดเกาะทางเหนือและฝั่งตะวันออก ออกไป มิเช่นนั้นจะเป็นทัวร์แบบแข่งเรลลี่เลย วิ่งเก็บRC ถึงที่เที่ยว ฉี่ ช้อป แฉะ แล้วกลับเลย เหนื่อยไปหน่อยนะ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับใครที่จะไปเที่ยวชมทุ่งลาเวนเดอร์ เดือนมิถุนายน หรือเดือนกรกฎาคม มีรถไฟเที่ยวพิเศษไปดูดอกไม้ได้สะดวกดี  

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

เส้นทางที่ 2 เส้นทางคนชอบล่องเรือ

เส้นทางที่ 2 
หลังจากสำรวจตั๋๋วJR พบตั๋วชนิดไม่ต่อเนื่อง 4 วันหมายความว่าเราใช้เดินทางขึ้นและลงจากเกาะได้เป็นตั๋วJR East ลองตัดโปรแกรม Osaka Kyuto Toyama Kanasawa ออกไป เปลียนเป็นบินลงโตเกียว นั่งรถไฟไป Niigata ระหว่างทางแวะ Yusawa เล็กน้อย แล้วต่อเรือไป Otaru เที่ยวในเกาะฮอกไกโด แล้วค่อยใช้ตั๋ว JR กลับเมืองโตเกียว แต่จะติดเล็กน้อยตรงข้ามระหว่างเกาะเพราะตั๋วเราใช้ได้ไกลสุดที่Aomori เหนือสุดของเกาะราคาตั้ง20000เยนแต่ใช้บนเกาะไม่ได้เลยหลายๆแห่งก็ยังมีประโยชน์ ถ้าซื้อJR Hokkaido 14000 เป็น 34000 เยน เราซื้อแบบ รวม 7วันจะดีกว่าหรือเปล่า หรือเราจะข้ามเกาะด้วยเรือนอน ก็ดีนะประหยัดค่าโรงแรม ฮิ ฮิ......นอนบนเรือ 2คืนเบื่อหรือเปล่า  
   แค่ลองกลับโปรแกรม เมือลงเครื่องในวันแรกทุกคนจะมีอาการง่วงนอนอยู่ พาไปลุยเมืองหิมะเลยท่าทางจะหลับมากกว่า ควรจะนอนต่อบนรถไฟอีกเล็กน้อย แวะแถวๆ sandaiดีกว่า แล้วไปขึ้นเรือนอนที่ Hachinohe เรือออก 4 ทุ่ม ถึง 7 โมงเช้ากำลังสวย ค่าเรือประมาณ 4000เยน ถึงเกาะเราเช่ารถขับเที่ยวแถบใต้กับตะวันออก โชคดีเราอาจจะได้ชมซากุระแถบเมืองHakodate แล้วค่อยเข้าเมืองSapporo แล้วคิดอีกที่ว่าเราจะขับในเมืองกันได้หรือเปล่า ออกจากเกาะทางOtaru ด้วยเรือนอน เรือนี้แปลกขาขึ้นจะถึงเร็วประมาณตี 4 ครึ่ง แล้วสาวสวยอย่างเราจะไปอยู่ไหน อันตรายต่อคนรอบข้างเปล่า เดียวเขาจะคิดว่าผีหลอก แฮ่ แฮ่... แต่ขาลงจะถึง 6 โมงเช้ากำลังดี ฟ้าสว่างเห็นหน้าเห็นตาชัดเจนดี แล้วค่อยใช้ตั๋วที่เหลือเทียวแถว Yuzawa เมืองหิมะ แทน Toyama เป็นช่วงปลายฤดูเล่นหิมะ แถวนี้มีโรงแรมเยอะ หวังอยู่ลึกๆเผื่อได้โรงแรมมีระดับแบบถูกๆ จะปักหลัก สัก 2-3 วัน แล้วค่อยนั่งรถไฟเข้าโตเกียว แค่ชั่วโมงเดียวเอง ขอดูก่อนนะว่าเช่ารถจากท่าเรือได้หรือเปล่า หรือจะออกจากเกาะโดยกลับมาทางเรือเส้นทางเดิมกับขาไปก็ได้มีเรือนอน ออกประมาณ 4 ทุ่มทำให้มีเวลาเที่ยวเพิ่มขึ้นแถมประหยัดค่าโรงแรมอีกคืน การจองตั๋วเรือผ่านinternet ได้ลด 10 % แต่มีแต่ภาษาญี่ปุ่น ตรวจสอบเวลาของเรือ(silver ferry japan) และการจองอีกทีก็แล้วกัน อาจจะมีปัญหา แน่นอนโปรแกรมนี้ดูดีแต่ต้องตัด เทศกาลที่เมืองเกียวโต และ Hakodateตัดใจ ตัดใจ   

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554

เส้นทางที่1 ขับรถเที่ยวเกาะฮอกไกโด เดือนพฤษภาคม ไปดูซากุระดิน

  • โปรแกรมเดินทาง  
  • เริ่มต้นวางแผนการเดิน  
  • วันเวลาสำคัญที่สุด ตั้งใจว่าอยากไปเที่ยวฮอกไกโด หน้าดอกไม้บาน ตารางงานออกมาว่าพอมีเวลาให้ลาพักร้อนได้ประมาณเดือนพ.ค. บวกกับมีวันหยุดบ้าง ไม่เสียวันลามากนัก แต่ต้นเดือนจะชนกับวันหยุดยาวของคนญี่ปุ่นเราควรจะเลี่ยงช่วงวันแรงงาน ขณะเดียวกันช่วงเดือนพ.ค. ถ้าตั้งใจจะไปดูดอกลาเวนเดอร์ก็อาจจะผิดหวังเพราะยังไม่บาน เชอรี่ยังไม่สุก ดอกซากุระก็ร่วงไปแล้ว แล้วเราจะไปดูอะไรดี?????   
  •  จุดมุ่งหมายหลักคงจะเป็นpink moss หรือซากุระดิน ที่บานทั้งภูเขา แต่ดอกไม้คือดอกไม้เหมือนผู้หญิงอาจจะเอาใจยาก อากาศแปรปรวนก็อาจจะไม่บาน ถูกฝนเล็กน้อยอาจจะเฉาทันที การที่เราข้ามน้ำข้ามทะเลไปก็อาจจะผิดหวังได้ พกดวงไปด้วยก็แล้วกัน  

ดังนั้นโปรแกรมก็จะมีแถมพกสิ่งอื่นไปด้วย คงแบบฉบับกิ้งก่าทัวร์ปรับเปลี่ยนสีได้เสมอ โปรแกรมหลักอยู่ในหัวฉันเอง ลองติดตามดูว่าก่อนออกเดินทางโปรแกรมเปลี่ยนสีไปกี่รอบ กว่าจะสรุปของจริงออกมาได้ จนบางครั้งจำเหตุผลไม่ได้ เพื่อนลองติดตามก็แล้วกัน   

  • เนื่องจากการเดินไปฮอกไกโด ไม่มีเครื่องบินบินตรงจากประเทศไทย การเดินทางจึงยุ่งยากพอควร การต่อเครื่องบินก็มีหลายสายการบิน ต่อสายการบินในประเทศ หรือต่อที่ โซล ไทเป ฮ่องกง ปักกิ่ง แต่ขอโทษค่าเครื่องบินออกจะโหดเล็กน้อยถึงปานกลาง หลักหมื่นจ้า บวกค่าเครื่องจากเมืองไทย อาจจะทำให้โปรแกรมล่มแต่เนิ่นๆไปเลย คนบางคนอาจจะต้องเก็บเงินหลายปีจึงจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งในชีวิต เราต้องหาทางอื่น ทางรถไฟ ทางเรือ ทางรถบัส ขอหาข้อมูลก่อน......  
  • ทางรถไฟความประทับใจในการเดินทางด้วย JR pass ทำให้เป็นทางเลือกต้นๆ แต่การเดิินทางในเกาะฮอกไกโด จุดที่เทียวมักจะต้องต่อรถบัส ต่อด้วยเดินไกลพอควร เป็นข้อจำกัดในการไปจุดต่างๆ แต่............เกาะนี้รถไม่เยอะมากเราขับรถกันได้หลายคน น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ค่าเช่ารถหารกัน 4-5 คนก็จะถูกลง แล้วเราก็ช้าได้ เที่ยวแบบสบายสบายชมวิวทิวทัศน์เรื่อยๆเปื่อยๆ ตามแบบของเรา แต่ข้อมูลการขับรถเที่ยวที่ญี่ปุ่นมีน้อย มีคู่มือภาษาอังกฤษโหลดมาแล้ว เราสามารถเช่ารถเมืองหนึ่งแล้วไปส่งอีกเมืองได้ แต่มีค่าบริการเพิ่ม คำนวนแล้วก็คิดว่ายังคุ้มอยู่ดี  
  • JR pass เราต้องใช้ตอนเดินทางขึ้นและเดินทางลงจากเกาะ ถ้าใช้ 7 วัน เราต้องรีบเดินทางไปและกลับภายใน 7วัน ตามกำหนด หรือ 14 วัน แพงขึ้นอีกไม่คุ้ม ไม่คุ้ม   
  • เส้นทางที่1 ท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม ไปดูซากุระดิน
  • บินลงโอซาก้า
  • วันที่1-2 เที่ยวเกียวโตสัก 2 วัน มีงานเทศกาลของเกียวโตวันที่ 15 พ.ค. แล้วนั่งรถไฟไปToyama
  • วันที่3-4 เที่ยวjapan elp. ดูกำแพงหิมะ เส้นทางเปิดปลายเดือนเม.ษ. คราวที่แล้วเราจึงไม่ได้ไป แล้วไปเที่ยวสวนทิวลิป สวนคานาซาว่า พักที่ละ 2 คืนจะได้ไม่ต้องย้ายบ่อย ต่อจากโทยาม่า ต่อรถไฟไป Niigata เพื่อไปขึ้นเรือนอนไป Otaru Hokkaido นอนยาว 18 ชม. ถึงเช้า
  • วันที่ 5 เดินเที่ยวเมืองotaru เย็นๆเข้าsapporo นอนที่เมื่องนี้ 2 คืน
  • วันที่ 6-7 เที่ยวในเมืองSapporoและรอบๆ ครบ 7 วันแล้วยังไม่ออกนอกเมืองเลยหึ หึ.......ตั๋วหมดอายุ 7 วัน ต่อด้วยเช่ารถออกไปนอกมือง
  • วันที่ 7-8-9 ขับรถออกไปทางตะวันออก เส้นทางไปถึงซากุระดินนั้นประมาณกรุงเทพ ถึงสุรินทร์นึกภาพออกไหมไปแล้วกลับในวันเดียวนั้นยากนัก แล้วจุดท่องเที่ยวก็มีหลายจุด น่าจะประมาณ2-3 วัน ถ้าไปเที่ยวทางเหนือด้วยให้บวกอีก 2 วันกับ 1 คืน มาจบที่ Hakodate แล้วเดินทางลงโตเกียวกลางคืนถึงเช้าในโตเกียว ข้อเสียของโปรแกรมนี้คือการเดินทางกลับลงมาที่โตเกียว เพราะค่ารถไฟแพง เราใช้รถไฟหัวและท้ายโปรแกรม ไม่งั้นต้องเป็นตั๋ว 14วัน และเครื่องบินจากโตเกียวก็มีแต่สายกับเย็นอาจจะต้องนอนโตเกียวอีกคืนเพื่อรอขึ้นเครื่องพร้อมสมบัติเพียบคงพะรุงพะรังพอสมควรทีเดียว รวมแล้วก็ประมาณ 13-14 วัน   
  • จะกลับโปรแกรมก็ได้ นั่งเครื่องบินลงโตเกียว แล้วใช้ตั๋วJR pass ขึ้นไปเมืองHakodate,sapporo,otaru ขับรถเที่ยว อีก 7 วัน ขากลับจากเกาะฮอกไกโด นอนบนเรือยาวไปใกล้ Osaka เลย เอ่อ.........แค่ 2 วันกับ 2 คืนเอง เบื่อตายเลย น้ำกับฟ้า