- โปรแกรมเดินทาง
- เริ่มต้นวางแผนการเดิน
- วันเวลาสำคัญที่สุด ตั้งใจว่าอยากไปเที่ยวฮอกไกโด หน้าดอกไม้บาน ตารางงานออกมาว่าพอมีเวลาให้ลาพักร้อนได้ประมาณเดือนพ.ค. บวกกับมีวันหยุดบ้าง ไม่เสียวันลามากนัก แต่ต้นเดือนจะชนกับวันหยุดยาวของคนญี่ปุ่นเราควรจะเลี่ยงช่วงวันแรงงาน ขณะเดียวกันช่วงเดือนพ.ค. ถ้าตั้งใจจะไปดูดอกลาเวนเดอร์ก็อาจจะผิดหวังเพราะยังไม่บาน เชอรี่ยังไม่สุก ดอกซากุระก็ร่วงไปแล้ว แล้วเราจะไปดูอะไรดี?????
- จุดมุ่งหมายหลักคงจะเป็นpink moss หรือซากุระดิน ที่บานทั้งภูเขา แต่ดอกไม้คือดอกไม้เหมือนผู้หญิงอาจจะเอาใจยาก อากาศแปรปรวนก็อาจจะไม่บาน ถูกฝนเล็กน้อยอาจจะเฉาทันที การที่เราข้ามน้ำข้ามทะเลไปก็อาจจะผิดหวังได้ พกดวงไปด้วยก็แล้วกัน
ดังนั้นโปรแกรมก็จะมีแถมพกสิ่งอื่นไปด้วย คงแบบฉบับกิ้งก่าทัวร์ปรับเปลี่ยนสีได้เสมอ โปรแกรมหลักอยู่ในหัวฉันเอง ลองติดตามดูว่าก่อนออกเดินทางโปรแกรมเปลี่ยนสีไปกี่รอบ กว่าจะสรุปของจริงออกมาได้ จนบางครั้งจำเหตุผลไม่ได้ เพื่อนลองติดตามก็แล้วกัน
- เนื่องจากการเดินไปฮอกไกโด ไม่มีเครื่องบินบินตรงจากประเทศไทย การเดินทางจึงยุ่งยากพอควร การต่อเครื่องบินก็มีหลายสายการบิน ต่อสายการบินในประเทศ หรือต่อที่ โซล ไทเป ฮ่องกง ปักกิ่ง แต่ขอโทษค่าเครื่องบินออกจะโหดเล็กน้อยถึงปานกลาง หลักหมื่นจ้า บวกค่าเครื่องจากเมืองไทย อาจจะทำให้โปรแกรมล่มแต่เนิ่นๆไปเลย คนบางคนอาจจะต้องเก็บเงินหลายปีจึงจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งในชีวิต เราต้องหาทางอื่น ทางรถไฟ ทางเรือ ทางรถบัส ขอหาข้อมูลก่อน......
- ทางรถไฟความประทับใจในการเดินทางด้วย JR pass ทำให้เป็นทางเลือกต้นๆ แต่การเดิินทางในเกาะฮอกไกโด จุดที่เทียวมักจะต้องต่อรถบัส ต่อด้วยเดินไกลพอควร เป็นข้อจำกัดในการไปจุดต่างๆ แต่............เกาะนี้รถไม่เยอะมากเราขับรถกันได้หลายคน น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ค่าเช่ารถหารกัน 4-5 คนก็จะถูกลง แล้วเราก็ช้าได้ เที่ยวแบบสบายสบายชมวิวทิวทัศน์เรื่อยๆเปื่อยๆ ตามแบบของเรา แต่ข้อมูลการขับรถเที่ยวที่ญี่ปุ่นมีน้อย มีคู่มือภาษาอังกฤษโหลดมาแล้ว เราสามารถเช่ารถเมืองหนึ่งแล้วไปส่งอีกเมืองได้ แต่มีค่าบริการเพิ่ม คำนวนแล้วก็คิดว่ายังคุ้มอยู่ดี
- JR pass เราต้องใช้ตอนเดินทางขึ้นและเดินทางลงจากเกาะ ถ้าใช้ 7 วัน เราต้องรีบเดินทางไปและกลับภายใน 7วัน ตามกำหนด หรือ 14 วัน แพงขึ้นอีกไม่คุ้ม ไม่คุ้ม
- เส้นทางที่1 ท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม ไปดูซากุระดิน
- บินลงโอซาก้า
- วันที่1-2 เที่ยวเกียวโตสัก 2 วัน มีงานเทศกาลของเกียวโตวันที่ 15 พ.ค. แล้วนั่งรถไฟไปToyama
- วันที่3-4 เที่ยวjapan elp. ดูกำแพงหิมะ เส้นทางเปิดปลายเดือนเม.ษ. คราวที่แล้วเราจึงไม่ได้ไป แล้วไปเที่ยวสวนทิวลิป สวนคานาซาว่า พักที่ละ 2 คืนจะได้ไม่ต้องย้ายบ่อย ต่อจากโทยาม่า ต่อรถไฟไป Niigata เพื่อไปขึ้นเรือนอนไป Otaru Hokkaido นอนยาว 18 ชม. ถึงเช้า
- วันที่ 5 เดินเที่ยวเมืองotaru เย็นๆเข้าsapporo นอนที่เมื่องนี้ 2 คืน
- วันที่ 6-7 เที่ยวในเมืองSapporoและรอบๆ ครบ 7 วันแล้วยังไม่ออกนอกเมืองเลยหึ หึ.......ตั๋วหมดอายุ 7 วัน ต่อด้วยเช่ารถออกไปนอกมือง
- วันที่ 7-8-9 ขับรถออกไปทางตะวันออก เส้นทางไปถึงซากุระดินนั้นประมาณกรุงเทพ ถึงสุรินทร์นึกภาพออกไหมไปแล้วกลับในวันเดียวนั้นยากนัก แล้วจุดท่องเที่ยวก็มีหลายจุด น่าจะประมาณ2-3 วัน ถ้าไปเที่ยวทางเหนือด้วยให้บวกอีก 2 วันกับ 1 คืน มาจบที่ Hakodate แล้วเดินทางลงโตเกียวกลางคืนถึงเช้าในโตเกียว ข้อเสียของโปรแกรมนี้คือการเดินทางกลับลงมาที่โตเกียว เพราะค่ารถไฟแพง เราใช้รถไฟหัวและท้ายโปรแกรม ไม่งั้นต้องเป็นตั๋ว 14วัน และเครื่องบินจากโตเกียวก็มีแต่สายกับเย็นอาจจะต้องนอนโตเกียวอีกคืนเพื่อรอขึ้นเครื่องพร้อมสมบัติเพียบคงพะรุงพะรังพอสมควรทีเดียว รวมแล้วก็ประมาณ 13-14 วัน
- จะกลับโปรแกรมก็ได้ นั่งเครื่องบินลงโตเกียว แล้วใช้ตั๋วJR pass ขึ้นไปเมืองHakodate,sapporo,otaru ขับรถเที่ยว อีก 7 วัน ขากลับจากเกาะฮอกไกโด นอนบนเรือยาวไปใกล้ Osaka เลย เอ่อ.........แค่ 2 วันกับ 2 คืนเอง เบื่อตายเลย น้ำกับฟ้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น