GINGKATOUR
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับต้นเดือนพฤษภาคม ฤดูดอกไม้บาน อาจจะไม่เหมาะสำหรับฤดูกาลอื่นๆ
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับต้นเดือนพฤษภาคม ฤดูดอกไม้บาน อาจจะไม่เหมาะสำหรับฤดูกาลอื่นๆ
เดือนพฤษภาคม เป็นฤดูดอกไม้บานของเกาะฮอกไกโด โดยเฉพาะซากุระดิน และกลุ่มดอกไม่ป่า ถ้าอยากไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ ควรไปเดือนมิถุนายน ถ้าไปดูซากุระต้องไปต้นเดือนพฤษภาคม แต่จะติดวันหยุดยาวของชาวญี่ปุ่นโรงแรมอาจจะจองยาก แต่จะได้ดูธงปลาคาร์พ ในวันเด็กผู้ชาย หลังจากหาตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมกันอยู่หลายเราสรุปวันกันได้ลงตัวด้วยราคาตั๋วเป็นสำคัญ ราคา 18000 บาท ช่างหายาก เลื่อนวันเพียงวันเดียวค่าตั๋วเพิ่มเป็นหมื่นบาท ขอใช้วันลาเพิ่มดีกว่า โรงแรมก็เช่นกันการจองคนละวันก็เปลี่ยนเป็นคนละราคา จองล่วงหน้านานมีส่วนลดพิเศษอีก กำลังสงสัยเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนราคาด้วยหรือเปล่าทำไมจองเครื่องของเราจึงถูกกว่า หรือว่าเกิดจากการใส่จำนวนคน จำนวนวันแตกต่างกัน ช่างเถอะสรุปโปรแกรมกันดีกว่า
วันแรก เดินทางวันที่ 4 ไปถึงประมาณเที่ยง กว่าจะได้กระเป๋าคงบ่ายๆ เวลาเช็คอิน บ่าย 4โมง เข้าเมืองด้วยรถไฟ เอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรมไว้ก่อนแล้วออกไปช้อปปิ้งเลย สำรวจราคาก่อน ซื้อของใช้จำเป็นที่อาจลืม หรือใครอยากซื้อกล้องก็ซื้อเลยแล้วไปเดินสวนOdori park มีเทศการชมดอกไลเลค และเทศการเบียร์ จิบเบียร์ชมดอกไม้ มีใครจะจิบหรือเปล่า ตามสบายเลย ส่วนอื่นๆในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยว TV tower,clock tower,ตึกเก่าก็อยู่แถวๆนั้นแหละเดินหาเอาเอง หลังจากเดินหมดแรงจะกลับไปอาบน้ำหรือไปหม่ำกันก่อนก็ได้ นำเสนอเมนูบุฟเฟ่ปูวันแรกเลย แต่ต้องช่วยกันหาร้านน้า ชื่อร้าน Suntory’s garden sura ที่ Nishi 4 chrome
วันที่ 5 เริ่มเช่ารถขับออกจากเมือง ไปทะเลสาบโทย่า มีสองเส้นทาง เส้นทางที่ 1 ไปทางทางด่วนเสียเงินระยะทางไกลกว่า 150 กม. แต่เดินทางสะดวกกับอีกทาง 105 กม.เป็นทางลัดเลาะภูเขา น่าจะสวยดี ช่วยกันถามที่บริษัทให้เช่ารถเลยดีไหม เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่ทะเลสาบ เราจะไปเที่ยวดูภูเขาไฟลูกใหม่ ไปดูร่องรอยความเสียหายจากภูเขาไฟ ไปดูสวนหมี ไปดูถนนที่มีซากุระระหว่างข้างทาง ไปชมบรรยากาศเมืองออนเซ็นขึ้นชื่อNoboribetsu และกลับมาดูดอกไม้ไฟที่รอบทะเลสาป มีเทศกาลดอกไม้ไฟมาราธอนรอบๆทะเลสาบ โปรแกรมอัดแน่น ออกเช้าหน่อยดีไหม อ้อไม่ต้องห่วงอาหารเช้าทางโรงแรมมีให้ กินเยอะๆ เพราะตอนเย็นจะให้หม่ำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฮิ ฮิ
วันที่ 6 ให้เวลาแอบไปออนเซ็นในโรงแรมตอนเช้า ระวังเจอกันเอง ไม่ต้องทักทายหรอก จะไม่ตอบทำเนียนเป็นคนญี่ปุ่น ถ้าเที่ยวไม่หมดเมื่อวาน อาจจะเก็บตกตอนเช้าได้ แล้วขับรถเลียบทะเลไปเมืองHakodaate ประมาณ 160 กม. ถ้าไปเร็วจะเสนอภูเขา Esan ไปดูดอก asalea แต่ต้องขับรถขึ้นเขาประมาณ 2 ชม. ไม่รู้จะสวยคุ้มหรือเปล่า ถ้าเราโอ้เอ้อยู่ทะเลสาปโทย่า ก็คงจะวนแถวๆทะเลสาปOnuma แล้วเข้าเมืองไปเที่ยวป้อมGoryokaku, ขึ้นเขา Hakodate ชมวิวยามเย็นและวิวกลางคืนเขาว่าสวยนักหนา แล้วค่อยไปห้างสรรพสินค้าแถบท่าเรือไปหาราเมงหม่ำกัน ควรสั่งราเมงทะเล แล้วเข้าที่พักสงสัยจะดึก บอกโปรแกรมให้รู้จะได้จัดสรรเวลาเองไม่อยากเร่งเพื่อนๆ ถ้าช้าห้างปิดสามทุ่มอดราเมงหนา
วันที่7 วันนี้ออกสายหน่อย ใครตื่นเช้าไปเดินเที่ยวบริเวณท่าเรือ มีตึกเก่าให้ชม หรือจะไปหาปลาดิบทานที่ตลาดยามเช้าก็ได้ตามสะดวก สายๆเราจะเดินทางไปMasumae castle ชมซากุระ กว่า200 สายพันธุ์ เป็นเหตุผลว่าเหตุใดจึงวนลงใต้ก่อน ซากุระบานต้นเดือนพฤษภาคม พกดวงไปด้วยน้า หลังเที่ยงไปเที่ยวเมืองเก่าEsashi มีบ้านเรือนเก่า เรือโบราณ ว่าจะแวะหาอะไรทานมื้อเที่ยงที่นี่ หวังคงไม่กลายเป็นมื้อเย็น
หลังจากนั้นเราจะขับรถยาวไปเมืองNiseko เส้นทางจะผ่านภูเขาน่าจะสวยดี ถ้าอากาศดีดี และจะพักที่ใกล้เมืองนี้ ลองหาข้อมูลกันดูหน่อยน้าว่าเมืองนี้มีอะไรดีจึงพามา ข้อมูลมีไม่มากนัก คาดเดาเป็นส่วนใหญ่ ความจริงแล้วเมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาวเป็นเมืองที่หิมะหนานุ่มที่สุด มีแหล่งออนเซ็นมาก และมีโรงแรมหลายแห่ง หลายระดับ แต่ช่วงที่เราไปเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็คาดหวังว่าจะมีโรงแรมหรูๆลดราคา ช่วยกันหาดู คาดว่าหิมะละลายไม่หมด คลุมภูเขาอยู่น่าจะสวย และฤดูดอกไม้บานอาจจะถ่ายรูปภูเขาฟูจิน้อยได้สวยงาม เรื่องของเรื่องเราจะผ่านแถวนี้อยู่แล้วตอนแรกจะไปนอน otaru แต่พอเห็นรูปก็เปลี่ยนใจแค่แวะถ่ายรูปน่าจะไม่พอ
วันที่ 8-9 เราจะเดินทางยาวถึง450 กม.เพื่อไปนอนที่เมืองWakkani ทางเหนือสุดของเกาะ เพื่อรอขึ้นเรือตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เรือออก 6 และ7 โมง มีเกาะให้เที่ยว 2 เกาะ เราคงไปได้เกาะเดียว มีเวลาเที่ยว 3-4 ชั่วโมงแล้วขึ้นเรือกลับประมาณ บ่ายโมง ไม่ประมาณหรอก บ่ายโมงตรงแหละ เพราะถ้ามีการตกเรือ เรื่องใหญ่ เพราะนั่งเรือ 2 ชม. ถึงฝั่งบ่าย 3โมง ต้องนั่งรถต่ออีก 4 ชั่วโมงจึงจะถึงที่พัก ที่เมืองAsahikawa สรุป คือเราต้องใช้เวลาเดินทาง 2 วันกับ 1 คืน เพื่อไปเที่ยวเกาะทางเหนือนี้แค่ 3ชั่วโมง ไม่รู้จะสวยคุ้มค่าการเดินทางหรือไม่ อย่าคาดหวังมากขอบอก แถมจะเจอฉันเร่งยิกเลย
ดูภาพแล้วก็ดูธรรมด้า ธรรมดา แต่ถ้าเราคิดว่าระหว่างทางคือการเดินทางท่องเที่ยวหาความสำราญแล้วก็จะไขว่ขว้าหาความสำราญได้ เพราะจะพาไปแวะทานอาหารเที่ยงที่Otaru เขาว่ามีเมนูสปาเก็ตตี้ผัดปูอร่อย แต่อย่าเดินนาน เมืองนี้ใกล้sapporo เราแวะมาเที่ยวอีกวันหลังๆได้อีก ทานอาหารเที่ยงแล้วขับรถเลียบชายทะเลฝั่งตะวันตก น่าจะสวยดี ชมพระอาทิตย์ตกดิน ก็น่าจะโรแมนติกดีใช้ได้ ข้อมูลในหนังสือแนะนำท่องเที่ยวก็ไม่มีหรอกเพราะทุกคนเดินทางทางรถไฟ และส่วนใหญ่ก็ไม่ขึ้นไปถึงทางเหนือของเกาะ คนที่ไปเที่ยวสวนใหญ่คือคนญี่ปุ่น และฤดูท่องเที่ยวของเกาะนี้คือเดือนพฤษภาคมที่เราไปนี่เอง เรือจะเพิ่มจำนวนเที่ยวขึ้น เป็น 4 เที่ยว เราจะไปเกาะ Rebun เกาะเล็กกว่าทางใต้ซึ่งได้ชื่อว่าเกาะดอกไม้ เกาะทางเหนือใหญ่กว่าเหมาะกับการเดินขึ้นเขา และต้องพักอย่างน้อย 2 คืน หรือนอนที่เกาะ เพราะไม่มีทางกลับทัน แต่เราเดินเกาะเดียวน่าจะคิดถึงแหล่งช้อปปิ้งแล้ว หมดแรงหมดเรี่ยว ดีไม่ดีอาจจะเดินแค่ครึ่งทาง หุ หุ
วันที่ 10 ขากลับจาก เมืองWakkani เราใช้เส้นทางด่วน ไม่ได้ใช้เส้นทางเดิม แล้วเรานอนเมืองasahikawa 3 คืน โปรแกรมจะแน่น 6 วันแรกหลังจากนี้จะสบายสบาย มีเวลา 3 วัน มี 3 เส้นทาง
เส้นทางที่ 1 ไปขึ้นเขาคุโรดาเกะ อุธยานแห่งชาติ แบบป่าๆ ขึ้นกระเช้า ต่อด้วยชิงช้า มีคำเตือนให้ระวังหมีด้วย แต่ถ้าอากาศไม่ดีจะไม่เห็นอะไรมีแต่หมอก เส้นทางเดียวกับ Kamikawa ice pavillion ขอดูอากาศก่อน อากาศไม่ดี พาดูประเภทของตาย meuseum, zoo
เส้นทางที่ 2 เส้นทางชมดอกไม้ ลงทางใต้ ชมทุ่งลาเวนเดอร์ ฟาร์มTomito เปิดให้เที่ยวตั้งแต่ปลายเดือน เม.ษ. แต่รถไฟเที่ยวพิเศษเริ่มวิ่งเดือนมิ.ย. ดอกลาเวนเดอร์อาจจะพอบานบ้าง แต่เราไปเที่ยวชมที่ฟาร์มได้ ทุ่งข้างสาลีเมืองBiei และมีฟาร์ม สวนดอกไม้ ไร่องุ่น อีกหลายแห่ง ไปเรื่อยๆก็แล้วกัน หาอาหารเที่ยงกินในฟาร์มสักแห่ง เหนื่อยก็กลับมาช้อปปิ้งใกล้โรงแรม
เส้นทางที่ 3 ไปทางตะวันออก เส้นทางชมดอกไม้ เช่นกัน ชมเขาซากุระดิน ชมทุ่งทิวลิป เลยไปถึงเมืองabashiri มีคุก meuseum ทุ่งดอกไม้ป่า และเขาซากุระดินอีกแห่ง
สรุปว่าเราจะไปเส้นทางไหนก่อนขึ้นกับพยากรณ์อากาศจ้า ถ้าอากาศดี้ดี ไปขึ้นเขา อากาศปานกลางเที่ยวทุ่งดอกไม้แต่ถ้าเจอฝนเข้า meuseum ของตายไปก่อนเลย
วันที่ 13-14 พักเมืองKushiro เมืองแห่งความชื้น wet land ถึงวันท้ายๆเพื่อนๆคงจัดโปรแกรมกันเองได้แล้ว พักเมืองนี้เพราะที่พักถูกกว่าเมืองอื่น พักในเมืองก็มีตลาดมีของกินไม่ต้องกินแต่บะหมี่ ลัวค่อยขับรถไปเที่ยวในรัศมีใกล้ๆ
ก็มีทะเลสาบอะคัง หมู่บ้านชาวอานุ ศูนย์อนุรักษ์นกกระเรียนญี่ปุ่น นกไม่ออกมาเต้นรำจับคู่ช่วงนี้ แต่เป็นช่วงเลี้ยงลูกอาจจะเห็นลูกนกแทน อีกวันจะไปเก็บตกแถวๆเมืองabashiri หรือจะเลยไปเที่ยวแหลม หรือจะกลับsapporo เร็วหน่อย แล้วแวะเที่ยวสวนแตงแมลอน ตามใจสมาชิกทัวร์
วันที่ 15-16 เรากลับมาที่sapporo มีที่เที่ยวรอบๆ คือ salmon aquarium ,chocolate factory ,observation hill and shopping เราคืนรถวันที่ 14 ค่ำๆ ที่เหลือเราใช้รถไฟใต้ดิน
วันที่17 เดินทางกลับบ้าน รวม 14 วัน ประมาณ 70000 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น